วิธีใช้ Control Center (ศูนย์ควบคุม)

Control Center (ศูนย์ควบคุม) เป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยให้คุณสามารถเปิด / ปิด Wi-Fi , บูลทูธ ,ไฟฉาย ปรับความสว่างหน้าจอ เปิดกล้อง เครื่องคิดเลข และอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่สัมผัสเดียว เหมือนเป็นเมนูลัดของการใช้งาน iPhone และไม่ว่าคุณจะเปิดแอพใดเ พียงแค่ปัดเพื่อเข้าถึง Control Center (ศูนย์ควบคุม)

ในการใช้งานตั้งแต่ iOS 11 เป็นต้นไป คุณสามารถ ปรับแต่งฟังก์ชันที่แสดงใน Control Center (ศูนย์ควบคุม) เพื่อให้เเหมาะสมกับการใช้งานของคุณได้

เปิด Control Center (ศูนย์ควบคุม)

สำหรับ iPhone ซีรีย์ X หรือใหม่กว่า เพียงแค่ ปัดลงจากมุมขวาบนสุดของหน้าจอ เพื่อเปิด Control Center (ศูนย์ควบคุม) ได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในหน้าจอล็อคหรือ อยู่ในหน้าจอแอพอื่นๆ ก็ตาม

เปิด Control Center

หากใช้งานใน iPhone SE (รุ่นที่ 2) iPhone 8 หรือ รุ่นก่อนหน้า และ iPod touch ให้ ให้ปัดขึ้นจากขอบด้านล่างสุดของหน้าจอ เพื่อเปิด Control Center (ศูนย์ควบคุม)

iPhone 8 หรือ รุ่นก่อนหน้าเปิด Control Center
เปิด Control Center (ศูนย์ควบคุม) เมื่ออยู่ในหน้าจอแนวนอน

เช่นเดียวกัน แม้ในขณะใช้งานใน โหมดหน้าจอแนวนอน ปัดลงจากมุมขวาบนสุดของหน้าจอ เพื่อเปิด Control Center (ศูนย์ควบคุม)

แนวนอน

ปิด Control Center (ศูนย์ควบคุม)

ปิด

บน iPhone ซีรีย์ X หรือใหม่กว่า หากต้องการปิด ให้ปัดขึ้นจากด้านล่างสุดของหน้าจอหรือแตะที่หน้าจอ ทำได้สองวิธี

สำหรับ iPhone SE (รุ่นที่ 2) iPhone 8 หรือ รุ่นก่อนหน้า และ iPod touch ให้ ปัดขึ้นจากขอบด้านล่างสุดของหน้าจอ หากต้องการปิด หรือแตะที่ด้านบนสุดของหน้าจอหรือกดปุ่มโฮม

ฟังก์ชั่นต่างๆใน Control Center (ค่าเริ่มต้น)

ฟังก์ชั่นต่างๆใน Control Center

Cellular (เซลลูลาร์) :การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยใช้การสื่อสารข้อมูลเครือข่ายมือถือ

Airplane Mode (โหมดเครื่องบิน) : การใช้อุปกรณ์ระหว่างโดยสารเครื่องบิน ระบบจะปิดสัญญาณการสื่อสารข้อมูลมือถือ Wi-Fi และบลูทูธ ทั้งหมด

Wi-Fi : การเชื่มต่อ Wi-Fi เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ต

Bluetooth (บูลทูธ) :เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ใช้ Bluetooth เช่น Apple Watch, AirPods หรือ คีย์บอร์ดไร้สาย

Portrait Orientation Lock (ล็อคการหมุนหน้าจอ) :เมื่อไม่ต้องการให้หน้าจอหมุนตามสรีระร่างกายขณะใช้งาน

Do Not Disturb (ห้ามรบกวน) : คุณจะไม่ได้รับการแจ้งเตือนด้วยเสียงหรือการสั่น ในขณะที่เครื่องเปิดใช้งานตามปกติเมื่อคุณนอนหลับหรือไม่ว่าง ทั้งสายเรียกเข้า ข้อความ อีเมล และอื่นๆ

Screen Mirroring (การสะท้อนภาพหน้าจอ) :สตรีมเนื้อหาไปยัง Apple TV และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่รองรับการสะท้อนหน้าจอทั้งหมดของอุปกรณ์ iOS ของคุณ

Light (ไฟฉาย) :แฟลช LED ที่ด้านหลังของ iPhone จะเปิดขึ้น

Timer (ตั้งนาฬิกานับถอยหลัง) :ตัวจับเวลาของแอพ Clock (นาฬิกา) จะเริ่มขึ้น

Audio Control (ควบคุมเสียง) :คุณสามารถเล่น / หยุดเพลง และ PodCast ชั่วคราว และปรับระดับเสียงได้

Brightness (ปรับความสว่าง) :ลากแถบเลื่อนขึ้นหรือลงเพื่อปรับความสว่างของจอแสดงผล

Volume (ปรับเสียง) :ลากแถบเลื่อนขึ้นหรือลง เพื่อปรับระดับเสียงเรียกเข้า เสียงแจ้งเตือน และเอฟเฟกต์เสียงอื่น ๆ

Camera (กล้อง) :ใช้กล้องจากแอพประจำเครื่อง Camera (กล้อง)

Calculator :เริ่มทำงานแอพ Calculator (เครื่องคิดเลข) ไม่ใช่แค่การบวกเลขธรรมดาๆเท่านั้น แต่ยังมีฟังก์ชั่นต่างๆให้เลือกใช้มากมาย

Scan QR-Code (แสกน คิวอาร์โค้ด) : เปิดการทำงานของกล้องเพื่อใช้ แสกน QR-Code ได้อย่างรวดเร็ว

แตะค้าง เพื่อใช้งานฟังก์ชั่นเพิ่มเติม

ฟังก์ชั่นที่บรรจุอยู่ใน Control Center (ศูนย์ควบคุม) บางรายการเมื่อแตะค้างที่ตัวไอคอน จะมีรายการย่อยให้เลือกใช้งานได้อีกด้วย

ส่วนการตั้งค่า เชื่อมต่อเครือข่าย
เมื่อแตะค้างที่ส่วนนี้ ไอคอนสำหรับ "AirDrop" และ "Personal Hotspot" จะปรากฏขึ้น นอกจากนี้การแตะ AirDrop ช่วยให้คุณสามารถตั้งค่าการแชร์ ในรูปแบบ "ไม่รับ" "รายชื่อติดต่อเท่านั้น" หรือ "ทุกคน" ได้

ส่วนการตั้งค่า เชื่อมต่อเครือข่าย

・AirDrop:คือการแชร์ รูปภาพ วิดีโอ บันทึกย่อ ที่คุณสามารถแบ่งปันให้กับ iPhone และ iPad ที่อยู่ในระยะใกล้ได้

Personal Hotspot (อินเทอร์เน็ตไร้สาย ส่วนบุคคล):ใช้ iPhone สร้างสัญญาณ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย ส่วนบุคคล เพื่อแชร์ให้กับอุปกรณ์ อื่นๆ เช่น โน้ตบุค iPad หรือ iPhone เครื่องอื่นๆ ที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้

ส่วนการควบคุมเสียง
นอกจากการปรับระดับเสียงแล้ว หากคุณตั้งค่าลำโพงหูฟัง Apple TV และอุปกรณ์เสียงอื่น ๆ บนอุปกรณ์ iOS ของคุณ เพียงแตะที่ไอคอน คุณจะสามารถเลือกหรือสสับไปใช้อุปกรณ์เสียงที่ต้องการได้ 

ส่วนการควบคุมเสียง

Screen mirroring (การสะท้อนภาพหน้าจอ)
รายชื่อของอุปกรณ์ที่สามารถ สะท้อนภาพหน้าจอจะแสดงขึ้นที่นี้

Screen mirroring (การสะท้อนภาพหน้าจอ)

Brightness (การปรับความสว่าง)
แถบเลื่อนปรับความสว่างจะปรากฎขึ้น และ ไอคอน"Dark Mode" "Night Shift" "True Tone" จะแสดงขึ้นในส่วนล่าง คุณสามารถเปิด/ปิดใช้งานได้จากส่วนนี้

Brightness (การปรับความสว่าง)

Dark Mode (โหมดมืด) : หน้าจอ iPhone จะเปลี่ยนเป็นสีดำ ทำให้มองเห็นได้ง่ายขึ้น เมื่อใช้ iPhone ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย

Night Shift: เป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยลดแสงสีฟ้า (blue light) และเปลี่ยนแสงของหน้าจอให้เป็นสีในโทนที่อุ่นขึ้น ทำให้คุณรู้สึกสบายตามากขึ้น

・True Tone:สีและความอิ่มตัวของจอแสดงผล จะปรับโดยอัตโนมัติตามแสงโดยรอบ ใช้ได้ใน iPhone 8 เป็นต้นไป

Volume (ปรับเสียง)
แถบเลื่อนเพื่อเพิ่ม/ลด ระดับเสียงจะขยายใหญ่ขึ้น สะดวกในการใช้งานมากขี้นเมื่อต้องการปรับแต่งอย่างละเอียด

Volume (ปรับเสียง)

Light (ไฟฉาย)
เลือกปรับระดับความสว่างของไฟฉายได้ สี่ระดับ

Light (ไฟฉาย)

Timer (ตั้งนาฬิกานับถอยหลัง)
เลื่อนขึ้นหรือลง เพื่อตั้งเวลาในการนับถอยหลัง โดยขีดที่ 1-5 จะใช้เวลาขีดละ 1 นาที ในขีดที่ 6-8 จะเพิ่มเป็นขีดละ5 นาที ขีดที่ 9-11 จะปรับเป็นขีดละ 10 นาที และขีดสุดท้ายจะเพิ่ม 1 ชั่วโมง

Timer (ตั้งนาฬิกานับถอยหลัง)

Camera (กล้อง)
โหมดย่อยของ กล้อง ที่ถูกใช้งานบ่อยอย่าง "Take Selfie" "Record Video" "Take Portrait" "Take Portrait Selfie"จะปรากฎขึ้น แตะเลือกโหมดที่ต้องการใช้งานได้ทันที

Camera (กล้อง)

จำกัด การเข้าถึง Control Center

ปกติแล้ว Control Center (ศูนย์ควบคุม) สามารถเปิดได้จากหน้าจอใดก็ได้ แต่ก็สามารถจำกัด การเปิดใช้งานได้เช่นเดียวกัน

จำกัดการเปิดจากแอพ

ยกตัวอย่างเช่น คุณเล่นเกมส์ที่มีการใช้การปัดหน้าจอบ่อย อาจเกิดความรำคาญที่ Control Center ถูกเปิดขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ หากคุณต้องการตั้งค่า ไม่ให้เปิด Control Center (ศูนย์ควบคุม) ได้ในขณะที่กำลังใช้งานแอพต่างๆอยู่ แตะที่ [Settings] > [Control Center] ปิดสวิทซ์ที่หัวข้อ Access Within Apps เมื่อทำเช่นนี้ การเปิดหน้า Control Center (ศูนย์ควบคุม) จะทำได้เฉพาะหน้าจอโฮมเท่านั้น

จำกัด การเปิดจากแอพ

จำกัดการเปิดจากหน้าจอล็อค

เช่นกัน คุณสามารถ เปิด Control Center (ศูนย์ควบคุม) โดยไม่ต้องปลดล็อค iPhone ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจมีบุคคลอื่น เมื่อต้องการจำกัดการเข้าถึงจากหน้าจอล็อค

จำกัด การเปิดจากแอพ

จากหน้าจอหลักไปที่ [Setting] > [Face ID & Passcode] ปิดสวิทซ์ที่หัวข้อ Control Center

ปรับแต่ง Control Center (ศูนย์ควบคุม)

ในการใช้งาน iOS 11 เป็นต้น คุณสามารถเพิ่มฟังก์ชั่น ไปยัง Control Center (ศูนย์ควบคุม) และจัดเรียงใหม่ได้ บทความต่อไปนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีปรับแต่ง Control Center

วิธีปรับแต่ง ศูนย์ควบคุม (Control Center)

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฟังก์ชั่นพื้นฐาน

OFFICIAL SITE