iPhone13 : อัพเดทข้อมูลล่าสุด

อัพเดทข้อมูลล่าสุด เกี่ยวกับ iPhone 13 ใหม่ ที่คาดว่าจะวางจำหน่ายในฤดูใบไม้ร่วงปี 2021 ไม่ว่าจะเป็น วันที่วางจำหน่าย ราคา และคุณสมบัติใหม่ ได้ที่นี้

= เนื้อหา ของบทความนี้ =

ภาพรวมของ iPhone 13

ชื่อเรียกของ iPhone 13

iPhone 13 นั้นมีกำหนดการวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ของ ปี2021 อย่างที่ทราบกันว่า iPhone 12 นั้นได้สร้างปรากฏการณ์ ทำลายสถิตยอดขายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ Apple น่าจะใช้องค์ประกอบพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว ของซีรีส์ iPhone 12 มาต่อยอดเพิ่มสิ่งแปลกใหม่ลงไป เช่น การเพิ่มสีใหม่ รอยบากบนหน้าจออาจมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม ในส่วนของขนาดหน้าจอนั้น คาดการณ์ว่า จะมีให้เลือก 4 ขนาดเช่นเดิม และ สำหรับ กล้อง ก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกปี ซึ่งเรายังไม่ถึงการเปลี่ยนแปลงอะไรที่หวือหวามากนัก

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ iPhone 13 รุ่นใหม่นี้ ก็คือ ระบบ Touch ID จะเพิ่มประสิทธิภาพให้สามารถ ปลดล็อคหน้าจอได้แม้สวมหน้ากาก (ซึ่งในตอนนี้มีรายงานว่า จะถูกถอดออกไป) ยังมีเรื่องของ จอภาพ รูปแบบใหม่ ที่มีความคมชัดมากยิ่งขี้น และการปรับปรุงการรองรับความถี่ 5G ในย่านความถี่สูงหรือ mmWave

ชื่อเรียกของ iPhone 13

ชื่อเรียกของ iPhone 13

สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ที่กำลังจะวางจำหน่ายในช่วง ปลายปี 2021 นั้น อาจจะใช้ชื่อว่า "iPhone 13" หรืออาจจะเป็น "iPhone 12s" ก็มีความเป็นไปได้ เนื่องจาก iPhone รุ่นใหม่นี้ มีการอัพเกรดจาก iPhone 12 ที่วางขายไปเมื่อปีที่แล้วเพียงเล็กน้อย เท่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ซึ่งการใช้ชื่อว่า iPhone 12s สำหรับซีรีส์ iPhone รุ่นล่าสุดนี้ ก็ดูจะสมเหตุสมผลอยู่ ส่วนการใช้ชื่อ iPhone 13 อาจจะมีความเป็นไปได้น้อยกว่า เนื่องจากในแถบยุโรปและอเมริกา เชื่อกันว่า ตัวเลข 13 นั้นเป็นเลขที่ไม่ค่อยจะมงคลสักเท่าไหร่

แต่จากข้อมูลแหล่งข่าวต่างๆมากมาย กลับพบว่า การเรียกขาน iPhone รุ่นนี้ มักจะถูกใช้ชื่อเรียกว่า iPhone 13 ยกตัวอย่างเช่น บทความล่าสุด เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ในหนังสือพิมพ์ Economic Daily ของไต้หวัน รายงานว่า iPhone รุ่นใหม่ของปีนี้ จะเป็น iPhone 13 และในบทความยังมีการกล่าวถึง iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max โดยไม่มีชื่อ iPhone 13 mini รวมอยู่ในนั้น ซึ่งบางที Apple อาจเรียนรู้จาก iPhone 12 mini ที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่รุ่นกระทัดรัด ที่มีขนาดหน้าจอ 5.4 นิ้ว นี้จะยังคงมีวางจำหน่ายอยู่ โดยจะเลี่ยงการใช้คำว่า mini ซึ่งให้เกิดความรู้สึกเชิงลบ สำหรับผู้ใช้บางรายไปเป็นชื่ออื่นแทน

แน่นอนว่า ชื่ออย่างเป็นทางการของ iPhone ใหม่ จะไม่มีทางรั่วไหลจนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ เช่นทุกปีที่ผ่านมา มีใครบางคนได้กล่าวว่า ชื่ออย่างเป็นทางการของ iPhone รุ่นใหม่นั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นความลับสุดยอด ที่มีเพียงผู้ที่เกี่ยวข้อง เพียงไม่กี่คน เช่น วิศวกรของ iPhone เท่านั้นที่รู้ แม้แต่ ผู้บริหารระดับสูงบางส่วน และผู้ให้บริการในเครือข่ายโทรคมนาคม รวมถึง ส่วนที่ต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มจอง ก็จะทราบชื่อในตอนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว

เพราะฉะนั้นทางที่ดี เราควรฟังข่าวลือ เกี่ยวกับ ชื่อ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ แบบ "หูไว้หู" จะเป็นการดีที่สุด

วันที่ วางจำหน่าย

วันที่ วางจำหน่าย

ปีที่แล้ว ด้วยสถานการณ์แพร่กระจายของ ไวรัส โควิด-19 ทำให้ Apple ต้องเลื่อนงานประกาศ iPhone ใหม่ ที่จัดขึ้นเป็นประจำในทุกเดือนกันยายน ไปเปิดตัวในเดือนตุลาคมแทน โดยเริ่มวางจำหน่าย iPhone 12 และ 12 Pro ในเดือนตุลาคม และในรุ่น iPhone 12 mini และ 12 Pro Max เริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน

แต่ในปีนี้ คาดว่า Apple จะกลับสู่รอบการเปิดตัวตามปกติ ในเดือนกันยายน โดยไม่มีความล่าช้าในการผลิต เมื่อเช่นปีที่แล้ว

บริษัท หลักทรัพย์ Webbush คาดการณ์ว่า iPhone 13 จะวางจำหน่ายในสัปดาห์ที่สามของเดือนกันยายน โดยวิเคราะห์จากผลการวิจัยห่วงโซ่อุปทานของ นักวิเคราะห์จากบริษัท Den Ives นอกจากนี้ ตามรายงานเดียวกันระบุว่า บริษัท Arena ของสหรัฐฯ ได้ระบุวันที่จะเปิดตัว iPhone 13 เป็นวันที่ 14 กันยายน และวันที่เริ่มต้นการจอง คือวันที่ 17 กันยายน แต่ตามรูปแบบของวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการตามปกติแล้ว มักจะเป็นวันที่ 24 กันยายน

ราคา

ซีรีส์ iPhone 13 นั้นยังหนีไม่ห่างจาก iPhone 12 มากนัก มุ่งเน้นไปที่การปรับแต่งหรืออัพเกรดเพิ่มเติมจาก ซีรีส์ iPhone 12 ไม่ใช่การออกแบบหรืออัพเกรดแบบใหม่หมด ดังนั้น ราคาเครื่องจึง น่าจะมีความใกล้เคียงหรือสูงกว่า iPhone 12 เพียงเล็กน้อย

ราคาของซีรีส์ iPhone 12 ที่วางจำหน่าย(Apple Store)

 

12 mini

12

12 Pro

12 Pro Max

64GB

25,900 ฿

29,900 ฿

-

-

128GB

27,900 ฿

31,900 ฿

36,900 ฿

39,900 ฿

256GB

31,900 ฿

35,900 ฿

40,900 ฿

43,900 ฿

512GB

-

-

48,900 ฿

51,900 ฿

ฟังก์ชันและฟีเจอร์ ใน iPhone 13

การออกแบบ

iPhone12

ซีรีส์ iPhone 12

รูปลักษณ์โดยรวม ดูแล้วเกือบจะเหมือนกับ iPhone 12 ไม่ว่าจะเป็นมุมที่โค้งมนและขอบด้านข้างที่แบน แต่อย่างไรก็ตาม รายงานของ MacRumors สื่อสหรัฐฯ ระบุว่า ความหนาของตัวเครื่องจะเพิ่มขึ้นจาก 7.4 มม. เป็น 7.57 มม. (เพิ่มขึ้น 0.17 มม.) ซึ่งมีความหนาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รายงานบางฉบับ ระบุว่า สาเหตุมาจากการที่แบตเตอรี่ได้รับการเพิ่มขนาดเข้ามา เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อให้เหมาะสมกับการประมวลผลของชิพใหม่ A15 และจอภาพแบบใหม่ และการใช้ผ่านระบบ 5G ที่ดียิ่งขึ้น

ขนาดหน้าจอ

มีข่าวลือจากหลายสำนัก ให้ความเห็นตรงกันว่า iPhone 13 ขนาดของจอแสดงผลยังเท่าเดิม เหมือนกันกับ ซีรีส์ iPhone 12 จะวางจำหน่ายทั้งหมดสี่รุ่น ได้แก่ iPhone 13 mini มาในขนาด 5.4 นิ้ว iPhone 13/13 Pro มาในขนาด 6.1 นิ้ว และ iPhone 13 Pro Max มาในขนาด 6.7 นิ้ว

iPhone12

ซีรีส์ iPhone 12

สี

Apple มักจะเปิดตัวสีใหม่พร้อมกับการเปิดตัว iPhone ใหม่ อยู่เสมอจนกระทั่งปัจจุบัน ตอนนี้มีข่าวลือว่า ในรุ่น Pro และ Pro Max จะเพิ่มเข้าสีใหม่เข้ามา 3 สี ได้แก่ สีดำด้าน บรอนซ์ และชมพู

นักข่าวด้านเทคโนโลยี อย่าง Max Weinbach กล่าวว่า สีดำด้าน นั้นจะมาแทนที่ สีกราไฟต์ (สีเทาใกล้กับสีดำ) ซึ่งจะเป็น สีใหม่นี้ จะเป็นสีดำเข้ม ผิวมันและมีความเงาต่ำ

iPhone 13 สีดำดัาน

image - 9TO5Mac

ส่วน สีบรอนซ์ จะเป็นสีที่ให้ความสดใส ในบางทฤษฎีก็ระบุว่า มันคือ สีส้ม

สีบรอนซ์

image - Ian Zelbo

วัสดุที่ใช้

iPhone12 Pro

iPhone 12 Pro

iPhone 13 / 13 mini จะใช้วัสดุที่เป็นอะลูมิเนียม ที่มีน้ำหนักเบาแต่รองรับการกระแทกได้ดีพอสมควร ในทางกลับกัน รุ่น Pro และ Pro Max จะใช้วัสดุคุณภาพสูงกว่าอย่าง สแตนเลสสตีล ซึ่งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากรุ่นที่ก่อนหน้านี้ ตามความเห็นใน XDA Developers ซึ่งเป็น เว็บไซต์ชุมชนสำหรับนักพัฒนา แต่ในซีรีย์ Pro ของรุ่นที่ผ่านมานั้นดูเหมือนว่า จะมีปัญหาในเรื่องของ "คราบที่ทิ้งรอยไว้" ว่ากันว่า iPhone 13 จะใช้สารชนิดพิเศษ สำหรับป้องกันรอยนิ้วมือและคราบอื่น ๆ เพื่อลดปัญหาดังกล่าว

รอยบาก

รอยบาก

เปรียบเทียบ กับ iPhone 12 - DuanRui

รอยบากบน iPhone นั้น เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2017 ใน iPhone X เป็นรุ่นแรก และเป็นหนึ่งสิ่งที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด ล่าสุด นักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo คาดการณ์ว่า รอยบากที่ด้านบนของหน้าจอจะมีขนาดเล็กลง บน iPhone 13 ในแบบจำลองที่สร้างขึ้น จากข้อมูลที่มีการรั่วไหลออกมานั้น ปรากฏว่า ขนาดของรอยบากนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่มีการย้ายตำแหน่งของลำโพง ทำให้รอยบาก มีความกว้างที่แคบกว่าเดิมเมื่อเทียบกับ iPhone 12 ประมาณ 8 มม. หากเป็นเช่นนั้น ผู้ใช้งานจะเพลิดเพลินกับเกมและวิดีโอด้วยความรู้สึกที่เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น หากเทียบกันกับรุ่นที่ผ่านมา

ตำแหน่งของเลนส์กล้อง อาจเปลี่ยนแปลง?

ใน iPhone 13/13 mini นั้น ตำแหน่งของกล้องไวด์และกล้องอัลตร้าไวด์ที่ด้านหลัง อาจจัดเรียงในแนวทแยงแทนที่จะเป็นแนวตั้ง ซึ่งเป็นหากเป็นจริง จะนับว่าเป็น การออกแบบในรูปแบบใหม่เลยทีเดียว แต่ผลการจำลองที่สร้างขึ้นจากข้อมูลที่รั่วไหลออกมา กลับพบว่าว่าตำแหน่งของเซ็นเซอร์มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานเทคโนโลยี AR เท่านั้น

กล้อง

image - DuanRui

จอภาพ

หน้าจอแบบ "ProMotion" ที่อัตราการรีเฟรช 120Hz

จอภาพ

สื่อหลายสำนัก รวมทั้ง The Elec ใน เกาหลีใต้ ได้ลงความเห็นว่า ในบรรดา iPhone รุ่นที่กำลังจะมาถึง จากทั้งหมด 4 รุ่น นั้น จะมีเฉพาะรุ่น Pro ขึ้นไป ที่จะมาใน หน้าจอแบบ ProMotion ที่อัตรารีเฟรช 120 Hz ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับ หน้าจอของ iPad Pro ที่ใช้เทคโนโลยีนี้เป็นครั้งแรกในปี 2017 ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นี้จะเป็นครั้งแรกใน iPhone สำหรับการใช้งานหน้าจอที่มีอัตราการรีเฟรชที่มากถึง 120 ครั้งต่อวินาที และแน่นอนว่า คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับภาพเคลื่อนไหวที่สวยงาม ราบรื่น ไม่ว่าจะใน การดูแอนิเมชั่น หรือ ในเกมที่ใช้งานกราฟฟิคสูงๆ เรียกได้ว่า นี้จะเป็นอีกหนึ่ง ความสัมผัสที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง บน iPhone หากเทียบกันกับหน้าจอการแสดงผล ในรุ่นก่อนหน้านี้

ฟังก์ชั่นการแสดงผลแบบคงที่ของหน้าจอ

ในที่สุด iPhone 13 ก็สามารถจะแสดงผลบนหน้าจอได้ตลอดเวลาแล้ว หากเป็นดังที่ Max Weinbach นักข่าวในด้านแวดวงเทคโนโลยี กล่าวว่า หน้าจอจะมีฟังก์ชั่น "Always On" ที่ให้จะทำให้คุณสามารถตรวจสอบเวลาและระดับแบตเตอรี่ได้ทุกเมื่อบนหน้าจอล็อก รูปแบบเดียวกันการใช้งานของระบบ Android ซึ่งไม่จำเป็นต้องหยิบหรือจับ iPhone ขึ้นมา ก่อนแล้วหน้าจอจึงค่อยสว่างขึ้น ทำให้สะดวกใช้งานมากยิ่งขึ้นในเวลาที่คุณไม่สามารถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาได้

กล้อง

カメラ

iPhone 12 Pro

มีระบบ "ป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัลที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์" ในทุกรุ่น

ในปัจจุบัน ฟังก์ชั่น "ป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัลที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์" นั้น มีการติดตั้งในกล้องไวด์ของ iPhone 12 Pro Max เท่านั้น DigiTimes สื่อของไต้หวัน รายงานว่า คุณสมบัตินี้จะพร้อมใช้งาน บน iPhone รุ่นใหม่ ในทุกรุ่น โดยจะติดตั้งในกล้องไวด์ บน iPhone 13/13 mini และติดตั้งทั้งในกล้องไวด์และกล้องอัลตร้าไวด์บน iPhone 13 Pro / 13 Pro Max

กล้องไวด์พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.5 ในรุ่น Pro Max

ดูเหมือนว่า iPhone 13 Pro Max จะเป็นเพียงรุ่นเดียว ที่ได้รับการอัพเกรด ให้กล้องไวด์มีขนาดรูรับแสง เป็น f / 1.5 จากเดิมอยู่ที่ขนาด f / 1.6 การคาดการณ์นี้จัดทำ โดยนักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo และมีรายงานว่า อีกสามรุ่นที่เหลือนั้นยังคงอยู่ที่ขนาดเดิม คือ รูรับแสงขนาด f / 1.6 รูรับรับแสงที่มีขนาดเล็กลงนั้น จะทำให้การถ่ายภาพในที่มืดดียิ่งขึ้น ได้โบเก้ที่สมจริงมากขึ้นด้วย

รุ่น Pro / Pro Max ติดตั้งฟังก์ชั่น AF ในกล้องอัลตร้าไวด์

กล้องอัลตร้าไวด์ของ iPhone 13 อาจติดตั้งฟังก์ชั่น AF (ออโต้โฟกัส) ตามที่ นักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuoได้กล่าวไว้ข้างต้น เป้าหมายคือรุ่นท็อป 2 รุ่น อย่าง Pro / Pro Max ซึ่งจะมีประโยชน์มากในการถ่ายภาพที่โฟกัสได้ยาก เช่น สิ่งที่อยู่ไกลหรือสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหว

เพิ่มโหมดใหม่ ในการถ่ายภาพ

สำหรับกล้องบน iPhone ใหม่นั้น เราคาดหวังที่จะได้เห็นการอัพเดท ที่ไม่ใช่เฉพาะแต่ ฮาร์ดแวร์ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบน ซอฟแวร์ ด้วย ตามที่นักเขียนด้านเทคโนโลยี อย่าง Max Weinbach ได้กล่าวว่า โหมดการถ่ายภาพใหม่ จะมาพร้อมกับฟังก์ชันที่ช่วยให้คุณถ่ายภาพวัตถุท้องฟ้าในยามค่ำคืน เช่น ดวงจันทร์และดวงดาวได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ "โหมดภาพถ่ายบุคคล" จะสามารถใช้งานบนการถ่ายวิดีโอได้ โดยฟังก์ชั่น "หน้าชัดพื้นหลังเบลอ" จะไม่ได้มีไว้สำหรับภาพนิ่งอีกต่อไป แต่ยังสามารถรองรับบนการถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ ในอนาคตอีกด้วย

Touch ID

Touch ID

image - MacRumors

เชื่อว่า ณ ปัจจุบันนี้ หลายคนคงเคยชินกับความสะดวกในการใช้งาน Face ID แต่ผู้ใช้อีกส่วนหนึ่ง กับคิดว่า Touch ID นั้นสะดวกกว่าเมื่อสวมหน้ากาก ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าบน iPhone ใหม่ จะสามารถใช้งานทั้งสองระบบ

ตามที่แหล่งข่าว อย่าง Bloomberg และ The Wall Street Journal ระบุว่า iPhone 13 จะเป็น อุปกรณ์ใหม่ที่มีทั้ง Touch ID (การตรวจสอบลายนิ้วมือ) และ Face ID (การจดจำใบหน้า) ให้ได้ใช้งานทั้งคู่ กล่าวกันว่า Touch ID จะมาในรูปแบบใหม่ คือ "ตรวจสอบลายนิ้วมือบนหน้าจอ" โดยรวมเซ็นเซอร์ตรวจสอบลายนิ้วมือในหน้าจอ และสามารถปลดล็อกได้อย่างง่ายดายเพียงแค่สัมผัสหน้าจอ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมานั้น บทความล่าสุดจาก Bloomberg ระบุว่า Apple ยังคงทดสอบระบบ Touch ID บนหน้าจอ ใน iPhone 13 ต่อไป แต่ไม่ได้ระบุว่า จะเป็นรุ่น ที่เตรียมเปิดตัวในปีนี้

5G รองรับคลื่นระดับ mmWave

5G

นอกเหนือจาก iPhone 12 ของปีที่แล้ว ก็จะมี iPhone 13 ที่จะรองรับการใช้งานบนระบบ 5G ซึ่งจริงๆแล้ว 5G นั้น มีสองย่านความถี่ (Sub-6 และ mmWave) ซึ่งความแตกต่างระหว่างสองย่านความถี่นี้ ระยะที่ส่งและความเร็ว แต่น่าเสียดายที่ iPhone 12 รองรับการใช้งานในรูปแบบ mmWave นั้น มีเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ส่วนในไทยนั้นใช้งานได้เฉพาะแบบ Sub-6 เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม iPhone 13 ที่วางจำหน่าย ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ มีความเป็นไปได้ที่ รุ่นที่รองรับการใช้งานในย่านความถี่สูงนั้น จะมีจำหน่ายไม่เพียงแต่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ยังจำหน่ายในอีกหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น แคนาดา และ ออสเตรเลีย เนื่องมาจากความก้าวหน้าของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับคลื่นระดับมิลลิเมตรที่มีทั่วโลก รายงาน โดยนักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo และ DigiTimes สื่อของไต้หวัน

ก็ได้แต่หวังว่า ความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงสร้างย่านความถี่สูงนี้ จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในเร็ววัน ด้วยเช่นกัน หากคลื่นระดับมิลลิเมตรพร้อมใช้งาน เราจะได้ใช้การสื่อสารที่เร็วและสะดวกสบายมากกว่า การเชื่อมต่อในรูปแบบ Sub-6 เพียงอย่างเดียว

Wi-Fi 6E

Wi-Fi 6E

ตามรายงานของ MacRumors สื่อของสหรัฐฯ ที่ใช้ข้อมูล จาก นักวิเคราะห์ของ Barclays สถาบันการเงินระหว่างประเทศ ระบุว่า iPhone 13 จะรองรับการใช้งาน Wi-Fi บนรุ่นล่าสุด อย่าง Wi-Fi 6E

Wi-Fi 6E เป็นWi-Fi ล่าสุด ที่ใช้แบนด์วิดท์ 6GHz ใหม่ นอกเหนือจาก แบนด์ 2.4GHz และแบนด์ 5GHz ซึ่งแบนด์วิดท์กว้างระดับ 6GHz จะลดความแออัดของเครือข่ายได้อย่างมาก ข้อดีอีกประการหนึ่ง คือ ยิ่งความถี่สูงเท่าใด ความสามารถในการสื่อสารก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และความเร็วในการสื่อสารก็จะยิ่งเร็วขึ้นด้วย

นอกจากนี้ เนื่องจากมีเพียงอุปกรณ์ที่รองรับ 6GHz เท่านั้นที่สามารถใช้ย่านความถี่นี้ได้ จึงทำให้เป็นอีกปัจจัยที่จะช่วย ลดความหนาแน่น ได้อีกทางหนึ่ง หาก iPhone ใหม่นี้ รองรับการใช้งาน Wi-Fi 6E ได้จริง จะทำให้คุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ เช่น เกม AR / VR และวิดีโอ 8K ได้อย่างสบายๆ

ความจุ (ข้อมูล)

ตัวเลือกความจุ สูงสุด 1TB อาจปรากฏขึ้นในความจุของ iPhone 13 Pro / 13 Pro Max รายงานจาก MacRumors สื่อของสหรัฐฯ ตามการคาดการณ์ ของนักวิเคราะห์จาก Wedbush Securities แต่ในขณะเดียวกัน บริษัทวิจัย Trend Force ก็ได้ออกรายงานว่า พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ iPhone 13 ยังคงเหมือนกันกับในตระกูล iPhone 12 อย่างไรก็ตาม ความจุสูงสุดของซีรีส์ iPhone 12 คือ 256GB บน 12/12 mini และ 512GB บน 12 Pro / 12 Pro Max

สายชาร์จ แบบ Lightning

ดูเหมือนว่า iPhone ใหม่ จะยังคงใช้ขั้วต่อแบบ Lightning ต่อไป แม้จะมีข่าวลือออกมาว่า จะมีการเปลี่ยนไปใช้แบบ USB Type-C แต่นักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo ให้ความเห็นว่า USB Type-C ไม่ได้พัฒนาโดย Apple และประสิทธิภาพในการกันน้ำต่ำ และเขายังคาดหวังว่า การชาร์จไฟจะเปลี่ยนไปใช้ MagSafe โดยสมบูรณ์ หากมองในมุมมองทางเทคนิคแล้ว ความคิดเห็นของเขา เรียกได้ว่า "ยังห่างไกล" อย่างไรก็ตาม เราก็คาดหวังว่า MagSafe นั้นจะ สามารถมีคุณสมบัติในชาร์จ บนการใช้งานกับ iPhone 13 ในอนาคตต่อไป

แบตเตอรี่

MacRumors สื่อของสหรัฐฯ อ้างอิงข้อมูลจาก ผู้ใช้ทวิตเตอร์ในนาม l0vetodream ซึ่งที่โด่งดังเรื่องข้อมูลรั่วไหลของผลิตภัณฑ์ Apple ออกมาระบุว่า iPhone ใหม่จะมีแบตเตอรี่มากขึ้นในทั้งสี่รุ่น เมื่อเปรียบเทียบแต่ละรุ่นกับ iPhone 12 และ บน iPhone13 Pro Max จะเพิ่มความจุได้ถึง 18% เมื่อพิจารณาถึงศักยภาพของฟีเจอร์ที่สิ้นเปลืองพลังงานเพิ่มเติม เช่น การนำจอแสดงผล ProMotion มาใช้ การใช้ชิป A15 ในการประมวลผล และรองรับการใช้งาน 5G ดังนั้นการเพิ่มพลังงานแบตเตอรี่ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องทำเพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Latest News