ศูนย์ควบคุมการแจ้งเตือน (notification center) และการแจ้งเตือน (Notifications)

เมื่อมีการใช้งาน E-mail หรือ แอพพลิเคชั่นต่างๆ ใน iPhone หากมีข้อความหรือ มีเหตุการณ์ต่างๆจะมีการแจ้งเตือนขี้นมาให้ทราบ สามารถเลือกกำหนดตั้งค่าการแจ้งเตือนต่างๆใน iPhoneได้ แบบโดยเฉพาะแอพ และการแสดงการแจ้งเตือนผ่านทางศูนย์ควบคุมการแจ้งเตือน


แสดงการเตือน ใน Notification center

ลากนิ้วลงมาจากด้านบนของหน้าจอ

open notification center

เมื่อต้องการเรียก Notification center ขึ้นมาใช้งาน ให้ลากนิ้วจากด้านบนหน้าจอลงมาด้านล่าง รูปตัวอย่างทางด้านซ้ายมือ เป็นหน้าจอ Home แต่สามารถเปิดได้แม้ในขณะที่มีการใช้งานแอพใดๆ หรืออยู่หน้าจออื่นๆก็ตาม

แต่หากเริ่มลากนิ้วจากบริเวณกลางหน้าจอ Home แล้วจะกลายเป็นหน้าจอ Spotlight search ขึ้นมาแทน จึงขอให้ระมัดระวัง

Notifications center จะแสดงออกมา

notifications show

เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Notifications center จะสังเกตเห็นว่ามีแท็บ "Today" กับ "Notifications" อยู่ตรงบริเวณด้านบน ซึ่งสามารถที่จะสลับเพื่อดูเนื้อหาระหว่างแท็บทั้งสองได้

การปิด Notifications center

close notifications center

เมื่อต้องการปิด Notifications center ให้วาดนิ้วจากบริเวณที่มีสัญลักษณ์ [∧] ไปทางด้านบน หรือกดปุ่ม Home

การแจ้งเตือนในส่วนของ Today

การแจ้งเตือนในแท็บ today

เมื่อแตะแท็บ [Today] ที่อยู่ด้านบนของ Notifications center แล้ว เหตุการณ์หรือตารางงาน ของวันนี้ก็จะแสดงผลขึ้นมา

ยกตัวอย่าง เช่น วันที่ของวันนี้, คนที่เกิดในวันนี้ (กรณีที่มีการกรอกข้อมูลวันเกิดไว้ในสมุดที่อยู่) , พยาการณ์อากาศ, event ใน calender, event ใน reminder (กรณีที่ระบุวันและเวลาเอาไว้), หุ้นและกำหนดการณ์ของวันพรุ่งนี้

การแสดงการแจ้งเตือน ใน Notifications

การแสดงการแจ้งเตือนในแท็บ notifications

เมื่อแตะแท็บ [Notifications] จะปรากฎการแจ้งเตือน ของแอพต่างๆ ที่อยู่ในเครื่องขึ้นมา เช่น สายที่ไม่ได้รับ, Mail , LINE เป็นต้น

เข้าถึงรายการที่แจ้งเตือนใน Notifications

เปลี่ยนการแจ้งเตือนในแท็บ notifications

เมื่อ แตะไปที่การแจ้งเตือนแต่ละรายการ จะสามารถเชื่อมต่อไปยังแอพที่เกิดรายการแจ้งเตือนดังกล่าวได้

เช่น กรณีของการแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับเมื่อแตะก็จะสามารถโทรไปหาฝ่ายตรงข้ามได้ในทันที หรือถ้าเป็นการแจ้งเตือนมีอีเมลใหม่เมื่อแตะก็จะเชื่อมไปที่อีเมลดังกล่าวเพื่ออ่านได้

สำหรับการแจ้งเตือนที่ไม่ต้องการก็สามารถลบได้โดยการแตะที่สัญลักษณ์ [×]ซึ่งจะทำให้การแจ้งเตือนที่ปรากฎขึ้นมาใน Notifications center ก็ถูกลบออกไป

การแก้ไขเนื้อหาที่แสดงผลใน Today

แตะที่ปุ่ม edit

edit today

กรณีที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่แสดงอยู่ใน [Today] ของ Notifications center ก่อนอื่นต้องทำให้ Notifications center ปรากฎออกมา

แตะปุ่ม [Edit] ที่อยู่ด้านล่างสุดของหน้าจอ Today

การแก้ไขเนื้อหาที่แสดงผล

編集ボタンをタップする

เมื่อทำมาถึงขั้นตอนนี้แล้วก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงหัวข้อที่แสดงผลอยู่ใน Today ได้ เมื่อต้องการตัดหัวข้อที่ไม่จำเป็นออกไปก็ให้แตะที่ วงกลมสีแดง ซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ หรือจะทำการเปลี่ยนตำแหน่งโดยแตะที่บริเวณ เล้น 3 เส้น ด้านขวามือแล้วเลื่อนเพื่อสลับตำแหน่ง

อีกทั้ง iOS 8 ยังสามารถเพิ่มวิดเจ็ตลงไปใน Today ได้ แอพที่รองรับวิดเจ็ตจะแสดงอยู่ใน DO NOT INCLUDE เมื่อแตะไปที่ วงกลมสีเขียว ด้านซ้ายมือก็จะสามารถเพิ่มวิดเจ็ตดังกล่าวลงไปใน Notifications center ได้

เมื่อแก้ไขเสร็จแล้วให้แตะไปที่ [Done]

แก้ไขการแสดงการแจ้งเตือนใน Notifications

เมื่อต้องการแก้ไขเนื้อหาที่แสดงผลใน Notifications ของ Notifications center จากหน้าจอหลัก เลือก [Settings]> [Notifications]

สลับตำแหน่งการแสดงผล

เรียงแบบกำหนดเอง/เรียงตามเวลา

เรียงแบบกำหนดเอง/เรียงตามเวลา

ลำดับการแสดงผลที่ Notifications ของ Notifications center สามารถเรียงลำดับ ตามที่กำหนดเอง หรือ เรียงตามเวลาก็ได้

เมื่อต้องการที่จะกำหนดลำดับ การจัดเรียงแบบกำหนดเอง ให้แตะที่ [Sort Manually]

■การจัดเรียงการแสดงผลของ Notifications แบบกำหนดเอง
ถัดไปจะจัดเรียงลำดับการแจ้งเตือนแบบกำหนดเอง โดยการแตะที่ [Edit] ซึ่งอยู่ด้านขวาบนของหน้าจอ Notifications แล้วจะสังเกตเห็นเส้น 3 เส้น ที่อยู่ด้านขวาของแต่ละรายการแอพในหน้าจอ ให้แตะแล้วลาก รายการที่มีความสำคัญมากไปไว้ข้างบน

เมื่อเรียงลำดับเสร็จสิ้นแล้วให้แตะที่ปุ่ม [Done]

แก้ไขแบบกำหนดเอง

ตั้งค่าวิธีการแจ้งเตือนของแต่ละแอพ

■เลือกแอพที่ต้องการจะตั้งค่า

แก้ไขการแจ้งเตือนแบแต่ละแอพ

ที่หน้าจอ Notifications จะปรากฎรายการแอพที่สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนได้ กรุณาแตะเพื่อเลือกรายการที่ต้องการตั้งค่า

วิธีตั้งค่าวิธีแจ้งเตือน
กรณีนี้จะขอยกตัวอย่าง เป็นการตั้งค่าการแจ้งเตือนเกี่ยวกับ Mail ของ Gmail เริ่มจากการเปิดสวิตช์ที่ชื่อว่า [Allow Notifications] ในเมนู Mail จากนั้นก็ให้แตะที่ [Gmail] แล้วหน้าจอการตั้งค่าของ Gmail ก็จะปรากฎออกมา

ขอให้สังเกตที่ด้านบนเพราะจะเป็นส่วนที่ใช้ในการเลือกวิธีการแจ้งเตือน

การตั้งค่าการแจ้งเตือน  Gmail
รูปแบบการแสดงผลการแจ้งเตือน

Show in Notifications Center - เมื่อเปิดสวิตช์การแจ้งเตือนจะปรากฎที่ Notifications Center

Badge App Icon -เมื่อเปิดสวิตช์จำนวนการแจ้งเตือน ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ จะปรากฎที่ไอคอนบนหน้าจอหลัก

Show on Lock Screen -เมื่อเปิดสวิตช์การแจ้งเตือนจะปรากฎที่แม้ว่าจะอยู่ในหน้าจอที่มีการล็อค

ตัวอย่างการแสดงผลการแจ้งเตือน

การเปลี่ยนแปลงเสียงแจ้งเตือน
เมื่อแตะที่ [Notification Sound] จะสามารถเปลี่ยนแปลงเสียงที่จะดังขึ้นมาพร้อมกับการแจ้งเตือนได้ นอกจากนั้นยังสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสั่น, เสียงแจ้งเตือนและเสียงรับสายได้ด้วย

เปลี่ยนเสียงแจ้งเตือน

■การเลือกรูปแบบการแจ้งเตือน

เปลี่ยนแปลงรูููปแบบการแจ้งเตือน

ถัดไปให้เลือกรูปแบบการแจ้งเตือน ที่ปรากฎขึ้นมาตอนที่ไม่ได้อยู่ในหน้าจอล็อค

กรุณาแตะเลือกรูปแบบที่มีรูปแสดงเอาไว้อันได้แก่ None, Banners, Alerts

สำหรับ None นั้นจะหมายถึงการไม่ต้องแสดงการแจ้งเตือน

รูปแบบการแจ้งเตือนแบบแบนเนอร์และกล่องข้อความ
เมื่อเลือกรูปแบบการแจ้งเตือนแบบ Banners การแจ้งเตือนจะแสดงขึ้นมาที่ด้านบนของหน้าจอ
เมื่อเลือกแบบกล่องข้อความ หน้าต่างย่อยจะแสดงขึ้นมา ที่ตรงกลางหน้าจอ

ตัวอย่างการแสดงการแจ้งเตือนในหน้าจอที่ไม่ล็อค

ฟีเจอร์เด่นใน iOS 8

การแสดงวิดเจ็ตที่ Notifications center

เพิ่มวิดเจ็ตอื่นๆได้

Notifications center ใน iOS 8 ถูกพัฒนาให้สามารถแสดงวิดเจ็ตของแอพอื่นๆ ที่ไม่ใช่แอพที่มากับตัวเครื่องได้อีกด้วย

การใช้งานการแจ้งเตือนบนหน้าจอ Lock Screen

กรณีที่มีการตั้งค่าให้ Gmail แจ้งเตือนที่ Lock Screen เราสามารถที่จะลบหรือทำให้เป็น Archive หรืออ่านแล้วได้โดยการวาดนิ้วการแจ้งเตือนเมล์บน Lock Screen ไปทางด้านซ้ายมือ

เราไม่ต้องเปิดแอพอีเมล์ขึ้นมา ก็สามรถลบอีเมล์ที่ไม่ต้องการออกไปได้ ถือว่าค่อนข้างสะดวกต่อการใช้งานในทางกลับกัน การวาดนิ้วบนเมล์ที่ต้องการอ่านไปทางขวามือ จะทำให้สามารถแสดงผลของอีเมล์ดังกล่าวออกมาได้

ใช้งานการแจ้งเตือนในหน้าจอล็อค

ต้องการตอบกลับการแจ้งเตือน

ตอบกลับการแจ้งเตือน

เมื่อมีการแจ้งเตือนเป็นข้อความผ่านแบนเนอร์ หากแตะไปที่แบนเนอร์ตอนได้รับข้อความ ก็สามารถตอบกลับไปได้โดยง่าย

นอกจากข้อความแล้วรูปแบบอื่นๆ เช่น ทวิตเตอร์ก็สามารถตอบกลับได้ในลักษณะเดียวกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฟังก์ชั่นพื้นฐาน