iPad Air 2 กับคุณลักษณะใหม่ 15 ประการ
เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเวลาท้องถิ่น ไปเมื่อ วันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา " iPad Air2" ได้รับการกล่าวขานถึงความบางที่สุดในโลกแท็บเล็ต ทั้งยังได้รับการอัพเกรดในหลาย ๆด้าน จึงทำให้ แอปเปิ้ลเป็นกลายเป็น "ผู้นำด้านนวัตกรรม" และiPad Air2ได้รับการจำกัดความว่า "โลกแห่งการเปลี่ยนแปลงในมือคุณ " ที่เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ อย่างไร ไปดูกัน
1. iPad Air 2 เครื่องแท็บเล็ตที่บางที่สุดในโลก
ไม่ใช่แค่เพียงมีขนาดบางแค่ 6.1 มม. เท่านั้น แต่ iPad Air 2 ยังเป็นเครื่องแท็บเล็ตที่บางที่สุดในโลกที่วางขายกันอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้มีรูปทรงบางเฉียบ
Apple ไม่ได้ประกอบส่วนที่ไม่สำคัญบางส่วน อย่างเช่น สวิตซ์ปิดเสียง และสำหรับส่วนประกอบชั้นของหน้าจอก็ถูกดีไซน์ใหม่ แทนที่จะประกอบชิ้นส่วนภายในต่างๆ แยกกัน แต่กลับนำชิ้นส่วนเหล่านั้นประกอบกันเป็นชั้นๆ เพื่อทำให้ดูบางลง
2. iPad Air 2 มีน้ำหนักเบา
หากเทียบกับ iPad รุ่นแรกๆ iPad Air 2 จะมีน้ำหนักเบา 0.96 ปอนด์ หรือ 437 กรัม เทียบกับ 1 ปอนด์ คือ 469 กรัม ซึ่งเราทราบกันดีว่า น้ำหนักตัวเครื่องไม่ได้ลดลงไปมากแต่เมื่อนึกถึงรูปทรงความบางของตัวเครื่อง รวมกับชื่อรุ่น 'Air' ของ iPad แล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกว่าน้ำเบาลงจริงๆ
3. การอัพเกรดที่เด่นๆ : ระบบประมวลผล A8
อย่างที่เคยเป็นมาในอดีตว่าระบบประมวลผลตัวเครื่อง iPhone หลายรุ่นก่อนหน้า ความเร็วของระบบประมวงฃลผลยังไม่เท่ากับ iPad หลายรุ่นที่ผ่านมาเช่นกัน สำหรับ iPad Air 2 แทนที่จะใช้ชิพ A8 เหมือนอย่าง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus แต่ Apple เลือกใช้ตัวประมวลผลที่เร็วกว่านั้น โดยใช้ชิพรุ่น 64 bit A8X ซึ่งประมวลผลเร็วกว่าตัว A8 ถึง 40% และผลการใช้งานกราฟฟิคจะดีขึ้นกว่า 2.5 เท่า
4. ใช้ตัวประมวลผลร่วม M8
iPad Air รุ่นก่อนหน้านี้ใช้ตัวประมวลผลร่วม M7 แต่ใน iPad Air 2 นั้นถูกพัฒนาให้ใช้ร่วมกับตัวชิพประมวลผล A8 ซึ่งเป็นชิพอัจฉริยะที่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างการเดินหรือการไซคลิ้งค์ได้ และจากการรวมบาโรมิเตอร์ไว้ที่ตัวร่วมประมวลผลที่ทำให้ M8 สามารถวัดค่าระดับความสูงของเนินเขาและพื้นที่ต่างๆ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจทางด้านกีฬา
5. กล้องหลัง iSight ที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
iPad Air 2 ได้รับการพัฒนาความละเอียดของกล้องจากเดิม 5 ล้านพิกเซลเป็น 8 ล้านพิกเซล และยังได้พัฒนา ISP ด้วย ซึ่งต้องขอบคุณ A8X ที่ทำให้รูปภาพคมชัดและมีฟังก์ชั่นจับภาพใบหน้าได้ดีขึ้น
6. ภาพเคลื่อนไหวที่ 120FPS
ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกสำหรับเครื่องแท็บเล็ตตระกูล iPad และยังรวมไปถึงเครื่องแท็บเล็ตทั่วโลกด้วยที่มีกล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว iSight ที่สามารถถ่ายภาพได้ด้วยความเร็ว 120 แฟรมต่อวินาที
7. รูปพาโนรามาขนาดมหึมาถึง 43 ล้านพิกเซล
อีกสิ่งหนึ่งที่ชิพ A8 สามารถทำได้คือการถ่ายภาพที่มีขนาดใหญ่ถึง 43 ล้านพิกเซล ซึ่งเรียกได้ว่าดีที่สุดในตลาดแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนในตอนนี้
8. กล้องถ่ายภาพ FaceTime ที่ดีขึ้น
กล้องเซลฟี่ของ iPad Air 2 มีความละเอียดอยู่ที่ 1.2 ล้านพิกเซล และช่องรับแสง (aperture) เพิ่มขึ้นถึง f/2.2
9. หน้าจอที่ลดเงาสะท้อน
ด้วยการดีไซน์ตามแบบที่ลูกค้าต้องการ นั่นคือ การดีไซน์หน้าจอแบบ anti-reflective coating จึงทำให้ iPad Air 2 มีหน้าจอที่ตัวเคลือบเงาสะท้อน ซึ่งจะทำให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น แต่ในตอนนี้ ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นคุณสมบัติหนึ่งที่มาพร้อมกับตัวเครื่องหรือไม่ แต่เราจะรอขมเมื่อถึงวันที่ตัวเครื่องได้ออกมาโชว์แล้ว
10. ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องและเพิ่ม-ลดเสียงเอียงไปทางด้านหลังตัวเครื่อง
เนื่องจากต้องทำให้ iPad Air 2 เป็นเครื่องที่มีความบาง จึงจำเป็นต้องย้ายปุ่มเปิด-ปิดเครื่องและปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงเอียงไปทางด้านหลังตัวเครื่อง
11. สามารถใช้ซิมการ์ด Apple ได้กับผู้ให้บริการหลากเครือข่าย
และนี่เป็นคุณสมบัติที่น่าสนใจหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับ Apple และ iPad Air 2 ที่เป็นรุ่นที่สามารถใช้ซิมการ์ดได้ ในคราวนี้ Apple จะบรรจุซิมการ์ดในกล่อง iPad ด้วย ซึ่งซิมการ์ดดังกล่าวสามาถเลือกจับสัญญานเครือข่ายผู้ให้บริการในสหรัฐฯ ได้แก่ Sprint, AT&T และ T-Mobile เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกแพคเกจโทรศัพท์ได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด
12.iPad Air 2 มาพร้อมกับเทคโนโลยี Touch ID ที่เหนือชั้น
หนึ่งปีที่ผ่านมา คนในวงการอุตสาหกรรมรู้สึกมั่นใจว่า Apple สามารถรวมฟีเจอร์ TouchID ที่เปิดตัวรวมกับ iPhone 5s และ iPad Air แต่ก็ยังไม่ลงตัว แต่ในคราวนี้สำหรับ iPad Air 2 ดูเหมือนว่าจะเข้ากันอย่างลงตัวเมื่อนำฟีเจอร์ TouchID ไปรวมไว้ในปุ่มโฮม (Home Button)
13. Wi-Fi ที่เร็วขึ้น
สัญญาน Wi-Fi ใน iPad Air (802.11ac กับ MIMO) รองรับความเร็วถึง 866 Mbps ที่ซึ่งดูเหมือนว่าจะเร็วกว่าที่ผู้ให้บริการส่งให้ และถ้าคุณเป็นผู้ใช้บริการของ Google Fiber จริงๆ แล้วเพียงแค่ดูดสัญญานแบรนด์วิชของ iPad Air 2 ก็สามารถใช้ความเร็วได้เท่ากัน
14. ความจุ 64GB ในราคา 32 GB
สำหรับ iPad Air 2 ทาง Apple ก็ได้ตัดรุ่น 32 GB ออกไป และมีรุ่นที่มีความจุ 64GB ราคา 599 USD หรือ 19,168 บาท ซึ่งเคยเป็นราคาของเครื่องรุ่น 32GB นั่นหมายความว่าจะได้ตัวเครื่องที่มีความจุเพิ่มขึ้นในราคาที่น้อยกว่าตัวเครื่องที่มีความจุเท่ากันในรุ่นก่อนหน้า
15. ตัวเลือกสีตัวเครื่องเพิ่มขึ้น : สีทอง
iPad Air ปกติแล้วจะมีสองสี คือ สีเทาและสีเงิน แต่สำหรับ iPad Air 2 จะมีสีทองเป็นสีตัวเครื่องเพิ่มขึ้นอีกสีหนึ่งให้เลือกกัน
|
|
บทความที่เกี่ยวข้อง
Latest News
iOS 16.3 และ iPadOS 16.3 พร้อมให้อัปเดต | 24/1 |
วิธีใช้ Apple Music Sing ฟังก์ชั่นร้องคาราโอเกะ บน iOS 16.2 | 18/12 |
iOS 16.2 และ iPadOS 16.2 มาแล้ว พร้อมแอปใหม่ "Freeform" | 14/12 |
iPhone 15 : รวมทุกข้อมูลอัพเดทล่าสุด ให้คุณรู้ก่อนใคร | 29/11 |
iOS 16: วิธีดูรหัสผ่าน Wi-Fi ที่กำลังเชื่อมต่อ และจากประวัติการใช้งาน | 10/11 |
iOS 16.1.1และ iPadOS 16.1.1 อัปเดตเพื่อแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องและความปลอดภัย | 10/11 |
iOS 16: วิธียกเลิกส่ง บนแอป เมล (Mail) | 05/11 |
วิธีใช้กล้องอัลตร้าไวด์ / กล้องไวด์ / กล้อง เทเลโฟโต้ | 27/10 |
iOS 16.1 และ iPadOS 16.1 ปล่อยให้อัปเดตแล้ว | 25/10 |
iPhone 14 กับ iPhone 13 เปรียบเทียบกันแบบละเอียด | 24/10 |
iPhone News | iPad News |