ยังไม่เปิดตัว iPhone 12! สรุปภาพรวมในงานเปิดตัวของ Apple เมื่อวันที่ 15

Apple เปิดตัว Apple Watch และ iPad Air ใหม่ ในงานเมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น เป็นไปตามรายงานก่อนหน้านี้ ว่า iPhone 12 จะไม่ถูกเปิดตัวในงานนี้ คงต้องลุ้นกันต่อไปในเดือนหน้า และเราได้สุรปภาพรวมของงานทั้งหมด มาไว้ให้คุณได้อัพเดทว่าผลิตภัณฑ์และบริการใหม่อะไรบ้าง

Apple Watch Series 6

Apple Watch Series 6 ถูกหยิบมาเปิดตัวเป็นชิ้นแรกในงานนี้ นี่เป็นรุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบปี นับตั้งแต่ Series 5 ที่วางจำหน่ายในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่ง Series 5 ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวานัก แต่สำหรับครั้งนี้ ถือเป็นการอัพเดตครั้งใหญ่ ตามที่คาดไว้

สิ่งแรกเลยนั่นก็คือ คุณสมบัติการวัดออกซิเจนในเลือด ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสุขภาพโดยรวมของตนได้ดียิ่งขึ้น ต่อมาคือ โปรเซสเซอร์แบบ Dual-core ที่ใช้ A13 Bionic ใน iPhone 11 จึงทำให้ ชิพรุ่น S6 ที่อัพเกรดใหม่นี้ สามารถทำงานได้เร็วขึ้นถึง 20% ซึ่งช่วยให้แอพเปิดได้เร็วขึ้น 20%

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ จอภาพ Retina แบบติดตลอดที่ดียิ่งขึ้นบน Apple Watch Series 6 มีความสว่างมากกว่า Apple Watch Series 5 ถึง 2.5 เท่า ขณะอยู่กลางแจ้งเมื่อผู้ใช้ลดข้อมือลง ช่วยให้ดูหน้าปัดได้ง่ายยิ่งขึ้นเมื่อยู่กลางแดดจ้า

Apple Watch Series 6 (รุ่น GPS) จะวางจำหน่ายในเร็วๆนี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 13,400 บาท และ Apple Watch Series 6 (รุ่น GPS + Cellular) ราคาเริ่มต้นที่ 16,900 บาท

Apple Watch SE

คราวนี้ Apple ประกาศเปิดตัว "Apple Watch SE" ซึ่งเป็นครั้งแรกของตะกูลนี้ใน Apple Watch เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า SE คือ โมเดลที่เป็นรุ่นประหยัด โดย Apple Watch SE (GPS) ในราคาเริ่มต้นที่ 9,400 บาท และ Apple Watch SE (GPS + Cellular) เริ่มต้นที่ 10,900 บาท และจะวางจำหน่ายในเร็วๆ นี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับทุกคนที่กำลังพิจารณาซื้อ Apple Watch เพื่อดูแลสุขภาพประจำวัน

เนื่องจาก Apple Watch SE เป็นรุ่นราคาประหยัด ฟังก์ชั่นบางอย่างที่ติดตั้งในรุ่นไฮเอนด์ จะไม่มีในรุ่น SE แต่ประสิทธิภาพพื้นฐานและคุณสมบัติต่างๆที่ให้มานั้นก็ถือได้ว่าคุ้มค่า

โดยใช้ชิพประมวลผลตัวเดียวกันกับ รุ่น S5 ซึ่งรวดเร็วกว่า Apple Watch Series 3 ถึงสองเท่าและโปรเซสเซอร์แบบ Dual-core Digital Crown แถมมีขนาดของจอแสดงผลและหน้าปัดเหมือนกับซีรีส์ 4 และรุ่นที่ใหม่กว่า

iPad Air(4th generation)

มาถึง iPad Air รุ่นที่ 4 ที่ออกแบบใหม่หมด โดย iPad Air โฉมใหม่นี้ มาในรูปแบบการแสดงผลเต็มหน้าจอ ปุ่มโฮมที่คุ้นเคยนั้นจะหายไปจากหน้าจอ โดย Apple เปลี่ยนให้เซ็นเซอร์ Touch ID รุ่นใหม่รวมไว้ในปุ่มด้านบน

มีสีให้เลือก 5 สี ( สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์, สีโรสโกลด์ ,สีเขียว และ สีสกายบลู ) ขนาดของจอแสดงผลคือ 10.9 นิ้ว ชิพที่ใช้งานคือ A14 Bionic แบบใหม่ล่าสุด ที่เร็วขึ้นเป็นสองเท่า นอกจากนี้สาย USB ยังเปลี่ยนเป็นขั้ว Type-C แบบเดียวกับ iPad Pro

iPad Air จะวางจำหน่ายในเร็วๆ นี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 19,900 บาท และรุ่น Wi-Fi + Cellular ในราคาเริ่มต้นที่ 24,400 บาท

iPad(8th generation)

Apple ยังประกาศเปิดตัว iPad รุ่นใหม่ (รุ่นที่ 8) มาพร้อมกับชิพ A12 Bionic แบบเดียวกับ iPhone XS ที่เปิดตัวในปี 2018 (เป็นแบบ 4-core GPU ประสิทธิภาพกราฟิกมากกว่า A11 ถึงสองเท่า) และนี่จะเป็น iPad รุ่นเริ่มต้นรุ่นแรก ที่มี Neural Engine

จากข้อมูลของ Apple ระบุว่า ความเร็วในการประมวลผลของ iPad รุ่นใหม่นั้นเร็วกว่ารุ่นล่าสุดถึงสองเท่า และกว่า 3-6 เท่าเมื่อเทียบกันกับ แล็ปท็อป Windows แท็บเล็ต Android และ Chromebooks ตามลำดับ นอกจากนี้ยังรองรับ Apple Pencil, Smart Keyboard และ Gigabit-class LTE

iPad (รุ่นที่ 8) จะวางจำหน่ายในเร็วๆ นี้ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 10,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 15,400 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular มีให้เลือกในสีเงิน สีเทาสเปซเกรย์ และสีทองในรุ่นความจุ 32GB และ 128GB

Apple One

Apple One คือการรับบริการแบบสมัครสมาชิกทั้งหมดของ Apple ตั้งแต่ Apple Music, Apple TV+, Apple Arcade ไปจนถึง iCloud โดยรวมทั้งหมดไว้ในแผนที่เรียบง่ายเพียงแผนเดียว

โดยแพ็จเกจที่จะเปิดให้สมัครสมาชิกในไทย ตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป มีสองรูบแบบคือ แบบบุคคล ประกอบด้วย Apple Music, Apple TV+, Apple Arcade และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud ขนาด 50 GB ในราคา 225 บาท ต่อเดือน อีกรูปแบบคือ แบบครอบครัว ประกอบด้วย Apple Music, Apple TV+, Apple Arcade และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud ขนาด 200 GB ในราคา 295 บาท ต่อเดือน และสามารถแชร์ภายกับสมาชิกในครอบครัวได้สูงสุด 5คน (รวมเป็น 6 บัญชี)

คุณสามารถทดลองใช้ Apple One ได้นาน 30 วันสำหรับทุกบริการที่ไม่ได้มีอยู่แล้ว และสามารถเปลี่ยนหรือยกเลิกแผน Apple One ได้ง่าย ๆ ทุกเมื่อ เมื่อสมัคร แบบครอบครัว สมาชิกครอบครัวสูงสุด 6 คนจะสามารถเข้าถึงบริการทั้งหมดที่รวมอยู่ในแผนได้จากบัญชีและการตั้งค่าส่วนตัวของแต่ละคน

Apple Fitness+

บริการใหม่รายเดือน "Apple Fitness +" สำหรับ Apple Watch การทำงานของ Apple Fitness+ จะรวบรวมข้อมูลจากการวัดค่าต่างๆ ใน Apple Watch แล้วหยิบมาใช้อย่างชาญฉลาด และผู้ใช้ยังสามารถเห็นภาพบนหน้าจอของ iPhone, iPad หรือ Apple TV ได้ และมอบประสบการณ์ออกกำลังกายที่เหมาะกับแต่ละบุคคลในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ทุกคนตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงผู้ที่ออกกำลังกายอย่างจริงจัง

Apple Fitness+ จะมีประเภทการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งได้แก่ การปั่นจักรยาน การใช้ลู่วิ่ง การพายเรือ HIIT การฝึกกล้ามเนื้อ โยคะ การเต้น การบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และการคูลดาวน์พร้อมทำสมาธิ โดยในแต่ละกิจกรรมจะมีเพลงประกอบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันโดยเทรนเนอร์ ซึ่งในแต่ละสัปดาห์ ทีมเทรนเนอร์ Fitness+ จะมอบการออกกำลังกายใหม่เอี่ยมจากสตูดิโอ โดยมีความยาว ระดับการฝึกฝน และแนวเพลงให้เลือกมากมาย

น่าเสียดายที่ Apple Fitness+ จะพร้อมให้บริการในออสเตรเลีย แคนาดา ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เท่านั้น ในช่วงแรกของการเปิดตัว ภายในปีนี้

iOS 14, iPadOS 14, watchOS 7, tvOS 14

iOS 14

นอกเหนือจากการเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว Apple ยังประกาศว่าจะส่งการอัพเดต ระบบปฏิบัติอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อเพิ่มรองรับการทำงานอย่างมีประสิทธภาพกับสินค้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็น iOS 14, iPadOS 14, watchOS 7 และ tvOS 14 ในวันที่ 16 กันยายนตามเวลาท้องถิ่น ส่วนในบ้านเราอาจจะสามารถดาวน์โหลดได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 00.00 น. ของวันที่ 17 กันยายน เป็นต้นไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

Latest News

OFFICIAL SITE